วันอังคารที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2566

สรุปองค์ความรู้ กลุ่มที่12

 

สรุปความรู้ กลุ่ม 12

การประเมินพัฒนาการทางด้านปัญญา"พหุปัญญาของเด็กปฐมวัย"

        การประเมินมัฒนาการทางด้านปัญญา"พหุปัญญาของเด็กปฐมวัย"พัฒนาการทางสติปัญญานั้น คือความสามารถทางสมองของบุคคลที่แสดงออกในความสามารถ เช่น ในการจำ การคิด ภาษา ความจำ การแก้ปัญหา และความสามารถในการปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ความสามารถทางสติปัญญาได้มาจากพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมซึ่งพัฒนาขึ้น เรื่อยๆและสามารถวัดได้ด้วยเครื่องมือทดสอบทางด้านสติปัญญา

ความหมายของคำว่า พหุปัญญา

พหุปัญญา หมายถึง ความสามารถทางปัญญาของคนที่แสดงออกมาในรูปแบบต่าง  ที่จะค้นหาแก้ปัญหาและสร้างผลผลิตที่มีคุณค่าเป็นที่ยอมรับของสังคม ซึ่งเป็นผลมาจากการควบคุมโดยสมองแต่ละส่วนโดยแต่ละคนจะมีความสามารถที่แตกต่างกัน เด่นในบ้างด้าน และด้อยในบางด้านสิ่งแวดล้อมและการอบรมเลี้ยงดูที่เหมาะสมจะช่วยส่งเสริมให้พัฒนาความสามารถทางสติปัญญาในการปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมและสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประเภทของพหุปัญญา

ความสามารถทางพหุปัญญา (Multiple Intelligence) หมายถึง ความสามารถทางเชาว์ปัญญาของแต่ ละบุคคลที่แสดงออกมา รวมไปถึงการแก้ไขปัญหาต่าง  ที่หลากหลายขึ้นอยู่กับความผสมผสานกันระหว่าง พันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม โดยในแต่ละด้านนั้นสามารถพัฒนาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Howard Gardner (1983 อ้างถึงใน อารี สัณหฉวี, 2535 ได้จำแนกความสามารถทางเชาว์ปัญญาไว้ 7 ด้านและภายหลังได้เพิ่มอีก 2ด้านใน ปี 1995 และปี 1999 รวมเป็น 9 ด้าน คือ

1.ปัญญาด้านภาษา (Linguistic Intelligence) คือ ผู้ที่มีความสามารถในการใช้ภาษาที่สูง 

2.ปัญญาด้านตรรกะ-คณิตศาสตร์ (Logical-Mathematical Intelligence) คือ ผู้ที่มีความสามารถสูงในการใช้ตัวเลข 

3.ปัญญาด้านมิติสัมพันธ์ (Spatial Intelligence) คือ ความสามารถในการมองเห็นพื้นที่ได้แก่ นายพราน ลูกเสือ ผู้นำทางและสามารปรับปรุงวิธีการใช้เนื้อที่ได้ดี 

4.ปัญญาด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว (Bodily Kinesthetic Intelligence) คือความสามารถในการใช้ร่างกายของตนแสดงความคิดความรู้สึก 

5.สติปัญญาด้านดนตรี (Musical Intelligence) คือ ความสามารถทางด้านดนตรี

6.ปัญญาด้านความเข้าใจระหว่างบุคคล (Interpersonal Intelligence) คือ ความสามารถในการเข้าใจ อารมณ์ความรู้สึก 

7.ปัญญาด้านตนเองหรือความเข้าใจตนเอง (Intrapersonal Inteligence) คือ ความสามารถใน การรู้จักตนเองและสามารถประพฤติปฏิบัติตนได้ด้วยตนเอง 

8.ปัญญาด้านธรรมชาติ (Naturalist Intelligence) คือ การเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติและ ปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ

9.ปัญญาด้านอัตกภวนิยม จิตนิยม หรือการดำรงคงอยู่ของชีวิต (ExistentialIntelligence) 

รูปภาพการเข้าร่วมรับฟังคำบรรยาย




แบบทดสอบ




กลุ่มที่ 11การประเมินพัฒนาการทางด้านปัญญา : ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ สำหรับเด็กปฐมวัยเทคนิควิธี และ เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน

   

การประเมินพัฒนาการทางด้านปัญญา : ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

 สำหรับเด็กปฐมวัยเทคนิควิธี และ เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน


https://drive.google.com/drive/u/0/folders/1kwemSclLQrH6ugm3sWIR48-kqXlmFOp6?fbclid=IwAR3Smh8HlMxtkbb_ZhwpecWlDszn_IqSJmmZFROBqtX527vPTsewnYEi9SM


รายงาน การประเมินพัฒนาการทางด้านปัญญา : ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

 สำหรับเด็กปฐมวัยเทคนิควิธี และ เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน

สามารถเข้าชมรายงานได้ที่ : https://drive.google.com/file/d/1f08kaECldCnLq8RwTr0JpWbz8VTLy8jA/view?usp=sharing


PowerPoint นำสนอ

สามารถเข้าชมได้ที่ : https://drive.google.com/file/d/1YucvmBHhfraYAph9cTv5yhtoPzrv6UDf/view?usp=sharing


คลิปวีดีโอการนำเสนองาน



รูปภาพการเข้าบรรยาย













สรุปองค์ความรู้ กลุ่มที่10

                                              

สรุปความรู้ กลุ่ม 10

"ประเมินพัฒนาการทางด้านสติปัญญา :ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย หลักการและการประเมิน การนำเสนอเครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน"

ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยเป็นทักษะที่ครูควรจะส่งเสริมให้กับเด็กปฐมวัยเป็น อย่างยิ่ง ซึ่งทักษะสำคัญที่ควรส่งเสริมเป็นพื้นฐาน ได้แก่ทักษะการจำแนก เปรียบเทียบ จัดหมวดหมู่ การ เรียงลำดับ และการวัด ซึ่งสามารถจัดให้อยู่ในรูปของกิจกรรมต่างๆได้อย่างหลากหลาย และเป็นไปตามธรรมชาติ

ความหมายของทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์

ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ คือ ความรู้เบื้องต้นที่เด็กควรจะได้รับรู้และมีประสบการณ์ และได้รับการฝึกฝน ในเรื่องของการสังเกต การจำแนกเปรียบเทียบการบอกตำแหน่ง การเรียงลำดับ การนับ และการขัง ตวง วัด ซึ่งทักษะเหล่านี้ เป็นทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ที่จะเป็นพื้นฐานช่วยเตรียมเด็กให้มีความพร้อมที่จะเรียนรู้ คณิตศาสตร์ในขั้นต่อไปในอนาคตความสำคัญของความพร้อมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์คณิตศาสตร์มีความสำคัญคณิตศาสตร์มีความสำคัญต่อชีวิตประจำวันของทุกคน ดังนั้นเด็กปฐมวัยจึงควรได้รับการส่งเสริมและเรียนรู้พื้นฐานทางคณิตศาสตร์ จากประสบการณ์ชีวิตประจำวันที่เรียนจากสิ่งง่ายไปหาสิ่งยาก จากรูปธรรมไปสู่นามธรรม เพื่อเด็กปฐมวัยจะได้สามารถเรียนรู้ได้ถูกต้องและแม่นยำในการคิดคำนวณ และสัญลักษณ์ตัวเลขต่างๆได้

เพียเจต์จัดลำดับความคิดความเข้าใจเกี่ยวกับ คณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยตามระดับพัฒนาการดังนี้

1. การจัดหมวดหมู่ (Classification) เป็นการจัดสิ่งที่มีลักษณะเหมือน กันเข้าพวก

2. การเรียงลำดับ (Seriation) โดยเรียงลำดับสิ่งที่มีลักษณะเดียวกันตามลำดับ

3. มิติสัมพันธ์ (Spatial Relationships) เป็นความสามารถที่จะเข้าใจขนาดและมิติ ต่างๆ ได้แก่ ระยะใกล้-ไกล สูง-ต่ำ รูปทรง พื้นที่ ทิศทาง และปริมาณ เป็นต้น

4. ความสัมพันธ์เกี่ยวกับเวลา (Temporal Relationships) เช่นนาน ช้า เร็ว

5. การอนุรักษ์ หรือการคงที่ด้านปริมาณ (Conservation) ได้แก่ความเข้าใจ เกี่ยวกับการคงที่ของปริมาณวัตถุแม้เมื่อเปลี่ยนรูปทรงไป

                                                        รูปภาพการเข้าร่วมรับฟังคำบรรยาย







สรุปองค์ความรู้ กลุ่มที่9

สรุปความรู้ กลุ่ม 9
การประเมินพัฒนาการด้านสติปัญญา (ภาษา) ของเด็กปฐมวัย
ความสำคัญของพัฒนาการด้านสติปัญญา
    ภาษามีความสำคัญต่อเด็กปฐมวัย เพราะภาษาเป็นเครื่องมือที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ เป็น พฤติกรรมชนิดหนึ่งช่วยให้เด็กมีพัฒนาการทางสังคมเกิดความอบอุ่นเด็กแนวคิดตลอดจนความรู้สึกต่าง ๆ ที่อยู่รอบข้างเด็กสามารถสร้างจินตนาการในสมองซึ่งก่อให้เกิดการทดลองขึ้นเด็กสามารถสร้างจินตนากรวัตถุนั้นจะอยู่นอกสายตาหรืออยู่ในอดีตเด็กสามารถทำการทดลองให้สมองและทำได้เร็วกว่าการ จัดกระทำกับวัตถุนั้นจริงๆ
ลักษณะพัฒนาการทางสติปัญญาของเด็กปฐมวัยมีดังนี้
    1. พัฒนาการทางสติปัญญาของเด็กวัย 1 ปี รู้จักเชื่อมโยงคำพูดกับการกระทำ ชอบฟังคำช้ำๆ เสียงสูงๆ ต่ำ ๆ รู้ว่าทำต่าง ๆเป็นสัญลักษณ์ของวัตถุนั้น ๆ เริ่มพูดเป็นคำใหม่ คนหาที่ปีดซ่อนจากสายตาได้รู้จักชื่อตนเอง แสดงความคิด วินตนาการ กล่าวคือพูดเกี่ยวกับการกระทำอยู่เข้าใจคำพูดง่ายๆ พูดเป็นคำได้มากขึ้น ทักทายโดยใช้เสียงท่าทาง สนใจสำรวจสิ่งรอบตัว หัดขีดเขียนเส้นยุ่งๆได้ มีความสนใจกับของบางอย่างนาน 2-5 นาที
    2. พัฒนาการทางสติปัญญาของเด็กวัย 2 ปี ด้านสติปัญญา เป็นวัยที่อยากรู้อยากเห็น สนใจค้นคว้าสำรวจสิ่งต่าง ๆรอบตัวเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ โดยการเลียนแบบผู้ที่อยู่ใกล้ชิดหรือเด็กอื่น มีช่วงความสนใจกับบางอย่างได้นาน 3-5 นาที ชอบดูหนังสือภาพ ฟังบทกลอน นิทาน คำคล้องจอง รู้จักซักถามสิ่งที่สงสับโดยใช้ประโยคคำถาม ว่า "อะไร"
    3. พัฒนาการทางสติปัญญาของเด็กวัย 3 ปี ด้านสติปัญญา เป็นวัยที่อยากรู้อยากเห็นทุกอย่างรอบตัว สำรวจสิ่งต่าง ๆที่เหมือนกันและต่างกันได้ เรียนรู้จากการสังเกตและเลียนแบบผู้อื่น จำแนกสิ่งด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้า
    4. พัฒนาการทางสติปัญญาของเด็กวัย 4 ปีด้านสติปัญญา บอกชื่อและนามสกุลของตนเอง เด็กในวัยนี้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆด้วยการจำแนกด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้า สำรวจและทดลองเล่นกับสิ่งของหรือของเล่นต่าง ๆ ตามคิดของตนเอง พยายามแก้ปัญหาด้วยตนเองหลังจากได้รับคำชี้แนะ
    5. พัฒนาการทางสติปัญญาของเด็กระหว่าง 5-6 ปีด้านสติปัญญาสามารถฟังเรื่องราวและถ่ายทอดให้ผู้อื่นฟังได้บอกชื่อนามสกุลโดยมีรายละเอียดและอายุของต้นเอง สร้างผลงานตามความคิดของต้นเองเพิ่มขึ้นและแปลกใหม่ พยายามหาวิธีแก้ปัญหาด้วยตนเอง

รูปภาพการเข้าร่วมรับฟังคำบรรยาย


 

สรุปองค์ความรู้ กลุ่มที่8


สรุปความรู้ กลุ่ม8

การประเมินพัฒนาการด้านสติปัญญา ความคิดสร้างสรรค์ของเด็กปฐมวัย

    หลักการและวิธีการที่ใช้ในการประเมิน การนำเสนอเครื่องมือที่ใช้ในการประเมินวิวัฒนาการความเป็นมาของมนุษย์ นับตั้งแต่อดีตมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ได้เป็นที่ประจักษ์ชัดว่ามนุษย์ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์พัฒนาชีวิต ความเป็นอยู่และสภาพแวดอ้อมให้ดีขึ้นได้ ซึ่งผลิตจากความ คิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ ได้ปรากฏอยู่ในรูปแบบ และทุกสถานการณ์ไม่ว่าจะเป็นงานด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี เศรษฐกิจ การเมือง ธุรกิจ สังคมการแพทย์ คือปะวัฒนธรรม และการศึกษา ความคิดสร้างสรรค์จิงเป็นความสามารถสูงสุดของมนุษย์ที่เป็นปัจจัยหลักในการพัฒนาตนเอง แระสังคมให้ดำรงอยู่ และเจริญ ก้าวหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งอีกษณะพัฒนาการทางสติปัญญาเด็กปฐมวัยชอบพูดชอบแสดงความคิดเห็น ชอบซักถาม และแก้ปัญหา ดังนั้นสิ่งแวดอ้อมจึงมีความสำคัญที่จะยั่วยุให้เด็กมีพัฒนาการทางสติปัญญาความคิดความสามารถที่เกี่ยวกับสติปัญญาของเด็กปฐมวัยที่สามารถสังเกตได้จากพฤติกรรม ได้แก่ สามารถจำสั่งของต่าง  และเรียกชื่อได้ถูกต้องเช่น สิ่งของที่อยู่ใกล้ตัว ไม้สัตว์ที่รู้จักของใช้ต่าง  เป็นต้น

องค์ประกอบที่จะทำให้เราสามารถสังเกตพฤติกรรมเด็กเพื่อดูพัฒนาการทางสติปัญญา ประกอบด้วย

1.การเล่นของเด็กโดยการเปิดโอกาสหรือสร้างสถนการณ์ให้เด็กได้ล่นแสดงพฤติกรรม เช่นการเล่นสิ่งของหรือแสดงออกโดยการวาดภาพ ในการเล่นนี้ทำให้เด็กเพลิดเพลินสามารถแสดงพฤติกรรมได้อย่างเสร็จทำให้เราสังเกตพฤติกรรมได้อย่างกว้าง

2.การใช้ภาษาของเด็กความสามารถทางภาษาเกี่ยวข้องงกับสติปัญญาของคนเราอย่างมากการวัดความสามารถทางภาษาของเด็กนั้นต้องสังเกตโดยการปังคำพูดของเด็กความสามารถในการใช้ภาษาของเด็กปฐมวัยระหว่างอายุ - 6 ปีสามารถสรุปได้ดึงตารางต่อไปนี้

ความหมายความคิดสร่างสรรค์

        ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) เป็นศักยภาพทางสมองที่มีอยู่ในทุก  คน และเป็นสิ่งที่มีส่วน ช่วยให้เกิดอารยธรรมต่าง  ขึ้นในสังคมมนุษย์ ทำให้เกิดการคันพบ การประดิษฐ์อุปกรณ์หรือเทคโนโอ มากมายที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับเรา การศึกษาลีนคว้าเรื่องความคิดสร้างสรรค์นั้นได้กระทำกันอย่างแพร่หลายในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาอย่างยิ่งหลังจากที่ได้พัฒนาทฤษฎีโครงสร้างทาง สติปัญญาขึ้นมา ซึ่งมีผู้ให้นิยามของความคิดสร้างสรรค์ในหลายแง่หลายมุมด้วยกันลักษณะพฤติกรรมของเด็กที่มีความคิดสร้างสรรค์เด็กทุกคนมีความคิดสร้างสรรค์แต่ระดับความคิดสร้างสรรค์ของเด็กแตกต่างกันขึ้นอยู่กับการที่เด็กจะได้รับการกระตุ้นหรือส่งเสริมมากขึ้นเพียงใด

รูปภาพการเข้าร่วมรับฟังคำบรรยาย


 

แบบทดสอบ



แบบประเมิน




สรุปองค์ความรู้ กลุ่มที่7

สรุปความรู้ กลุ่ม 7

การประเมินพัฒนาการทางด้านสติปัญญาทักษะการคิด

และการคิดแบบต่างๆของเด็กปฐมวัย

การคิด หมายถึง การคิดเป็นกระบวนการของสมองในการประมวลข้อมูลความรู้ไปสู่การอธิบาย การประยุกต์ การขยาย และการสร้างใหม่จุดเริ่มต้นของการคิดขึ้นอยู่กับสิ่งเร้าและการได้ใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ที่ไปกระตุ้นสมองให้รับรู้ผ่านสู่กระบวนการทางสมองเพื่อซึมซับและเชื่อมความรู้เดิมและความรู้ใหม่ทักษะการคิดสำหรับเด็กปฐมวัยการคิดสำหรับเด็กปฐมวัยจะใช้คำถามเพื่อกระตุ้นกระบวนการคิดในขณะทำ กิจกรรม หรือการจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์นับว่าเป็นหัวใจสำคัญของการส่งเสริมให้เด็กได้คิด วิเคราะห์ สังเกต และเปรียบเทียบ โดยคุณภาพของคำถามที่ถามได้ถูกวิธี ถูกเวลา ขณะที่เด็กกำลังให้ ความสนใจและเรียนรู้ในกิจกรรมที่เคยเตรียมไว้นั้นมีผลต่อกระบวนการคิดหาคำตอบของเด็กว่า สามารถพัฒนาการคิดได้มากน้อยเพียงใด

ดังนั้นครูและผู้ที่เกี่ยวข้องจึงควรมีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับความหมายความสำคัญองค์ประกอบ และหลักในการส่งเสริมการคิดสำหรับเด็กปฐมวัย พร้อมทั้งความสำคัญของหลักการใช้คำถาม และประเภทของคำสำหรับเด็กประถมวัยเพื่อเด็กจะได้นำบัตรอยู่ที่ได้รับมาเป็นทักษะพื้นฐานในการแก้ปัญหาต่อไป

รูปภาพการเข้าร่วมรับฟังคำบรรยาย


 

แบบทดสอบ

แบบประเมิน





สรุปองค์ความรู้ กลุ่มที่6

  สรุปความรู้ กลุ่ม6
การประเมินพัฒนาการทางด้านสังคม การเล่นของเด็กปฐมวัย

ความสำคัญของพัฒนาการด้านสังคม

    การพัฒนาการทางสังคมช่วยให้คนเราได้เรียนรู้และเข้าใจตนเองและผู้อื่นเพื่อการปรับตัว และสร้างสังคมที่จะอยู่ร่วมกันอย่างปกติสุข พัฒนาการด้านสังคมของทารกเมื่อแรกเกิดจะต้องดูดนมแม่ให้ได้ เพื่อบรรเทาความหิวและช่วยให้ทารกจึงเรียนรู้ว่า ในโลกนี้มีคนอื่นอยู่ด้วยและช่วยตอบสนองความต้องการของเขาได้ ซึ่งการเรียนรู้นี้เป็นกระบวนการปรับตัวทางลังคม จากการที่ ทารกได้สัมผัสใกล้ชิด แม่ และคนในครอบครัว ทารกจึงพัฒนาไปสู่การรู้จักเพื่อนและคนอื่น ได้ใช้ภาษา ได้เล่น ได้แสดงความรู้สึก ได้ เรียนรู้ข้อตกลง กฎเกณฑ์ต่างๆ ของสังคมตามวัยแต่ละช่วงอายุ พัฒนาการ ทางสังคม

การประเมินผลพัฒนาการเด็ก ความรู้ความเข้าใจของครูที่มีต่อ พัฒนาการการเรียนรู้ความสนใจ และความต้องการของเด็กแต่ละคน การประเมินผลถือเป็น กระบวนการที่ สำคัญและจำเป็นมากในการจัดการเรียนการสอน การประเมินผลพัฒนาการที่ดีควร เป็นไปอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับการจัดการเรียนการสอนความสนใจและพัฒนาการของเด็กแต่ละคน

คุณลักษณะตามวัยเป็นความสามารถตามวัยหรีอพัฒนาการตามธรรมชาติเมื่อเด็กมีอายุถึงวัย นั้นๆ ผู้สอนจำเป็นต้องทำความเข้าใจคุณลักษณะตามวัยของเด็กอายุ แรกเกิด - 6 ปี เพื่อนำไป พิจารณาจัดประสบการณ์ให้เด็กแต่ละวัยได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ขณะเดียวกันก็ต้องลังเกตเด็กแต่ละคน ซึ่งมีความแตกต่างระหว่างบุคคล เพื่อนำข้อมูลไปช่วยในการพัฒนาเด็กให้เต็มตามความสามารถและ ศักยภาพ

 

รูปภาพการเข้าร่วมรับฟังคำบรรยาย






 

สรุปองค์ความรู้ กลุ่มที่5

                                                                          สรุปความรู้ กลุ่ม5

การประเมินพัฒนาการทางด้านสังคมการเรียนรู้ ทักษะ พฤติกรรม ความสามารถทางสังคมของเด็กปฐมวัยนำเสนอเทคนิควิธี เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน

การเรียนรู้ทางลังคมของเด็กปฐมวัย

    ความหมายของการเรียนรู้ทางลังคมของเด็กปฐมวัยคือ การเรียนรู้ทางสังคม Social l earning หมายถึงการเรียนรู้เงื่อนไขต่างๆ ในลังคม การเรียนรู้นี้ทำให้คนมีความรู้สึกนักคิดและพฤติกรรมต่างๆ ตามที่สังคมนั้นๆ มีอยู่ ทำให้คนที่เดิบโตในลังคมไทยมีความรู้สึกนักคิดและพฤติกรรมแบบไทยและทำให้คนที่เติบโตในสังคมจีนมีความรู้ลึกนิกคิดและพฤติกรรมแบบจีน

การพัฒนาสัมพันธภาพทางสังคม

    การพัฒนาสัมพันธภาพทางลังคมของเด็กปฐมวัย เป็นวัยที่เด็กมีการปรีบตัวเรียนรู้พฤติกรรมทางสังคมสามารถลร้างความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับผู้อื่นได้ตามลำดับขั้นตอนของวัยและช่วงอายุ เด็กสามารถแสดงพฤติกรรมความรู้ลึกที่เหมาะสมในสภาพแวดล้อมและสถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน สามารถเล่นทำงานและอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมให้เด็กเกิดการเรียนรู้และมีพัฒนาการทางสังคม

พัฒนาการด้านสังคม
   พัฒนาการหางสังคมช่วยให้คนเราได้เรียนรู้เข้าใจตนเองและผู้อื่นเพื่อการปรีบตัวและสร้างลังคมที่จะอยู่ร่วมกันการเรียนรู้นี้เป็นกระบวนการปรีบตัวทางลังคมจากการที่ทารกได้สัมผัสใกล้ชิดแม่และคนในครอบครัวทารกจิงพัฒนาไปลู่การู้จักเพื่อนและคนอื่นได้ใช้ภาษา ได้เล่น ได้แลดงความรู้ลิก ได้เรียนรู้ข้อตกลง กฎเกณฑ์ต่างๆ ของสังคมตามวัยแต่ละช่วงอายุ

รูปภาพการเข้าร่วมรับฟังคำบรรยาย



แบบทดสอบ



สรุปองค์ความรู้ กลุ่มที่4

 

สรุปความรู้ กลุ่ม4

การประเมินพัฒนาการทางด้านอารมณ์-จิตใจลักษณะของอารมณ์ พื้นอารมณ์ คุณธรรม จริยธรรม

(ต่อตนเองและผู้อื่น) ของเด็กปฐมวัย

ความหมายของพัฒนาการทางด้านอารมณ์-วิตใจพัฒนาการทางอารมณ์-จิตใจ หมายถึงลักษณะการเปลี่ยนแปลงของการแสดงออก  

        อารมณ์รวมถึงความสามารถในการรับรู้อารมณ์ของตัวเองและผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็น อารมณ์โกรธ กลัวรู้อยากเห็น อารมณ์สนุกสนานและอารมณ์รักลักษณะพัฒนาการทางด้านอารมณ์ของเด็กปฐมวัยการแสดงออทางอารมณ์ของเด็กปฐมวัยนั้นรุนแรงกว่าวัยทารก ระดับความรุนแรงทางอารมณ์ของเด็กแต่ละคนมีไม่เหมือนกันขึ้นอยู่กับองคัประกอบหลายๆอย่าง เช่น สุขภาพ สิ่งแวดล้อม การอบรมเลี้ยงดู อารมณ์โดยทั่วไปของเด็กปฐมวัยได้แก่ อารมณ์โกรธกลัว อิจฉา อยากรู้อยากเห็น อารมณ์สนุกสนาน และอารมณ์รัก

    พื้นอารมณ์ (TEMPERAMENT คือ ลักษณะทางอารมณ์ของเด็กแต่ละคนที่มีมาตั้งแต่เกิด เช่น เด็กบางคนอารมณ์ดี ยิ้มง่าย หัวเราะง่าย เด็กบางคนเลี้ยงยาก งอแง ขี้หงุดหงิด ร้องห้ตลอดเวลา ปลอบให้หยุดยาก
    ปัจจัยที่มีผลต่อพัฒนาการทางด้านอารมณ์และจิตใจ
1.ลักษณะการถ่ายทอดทางพันธุกรรมสิ่งที่เด็กได้รับการถ่ายทอดจากบิดามารดาหรือบรรพบุรุษเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเสี่ยงหรือปฏิเสธได้ เช่น เด็กได้รับยื่นเพศผิดปกติ XYY จะมีอารมณ์ผิดปกติพฤติกรรมก้าวร้าว เป็นต้น
2.การอบรมเลี้ยงดูจากครอบครัวหรือสิ่งแวดล้อมที่เด็กได้รับจากครอบครัวการอบรมเลี้ยงดูแต่ละครอบครัวแตกต่างกัน จะมีผลต่ออารมณ์และจิตใจของเด็ก ดังนี้
1) บรรยากาศในการอบรมเลี้ยงดูและวิธีการอบรมเลี้ยงดูเด็กของแต่ละครอบครัว
2) ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสมาชิ้กในครอบครัว
3) ความสม่ำเสมอและคงที่ในการอบรมเลี้ยงดู
4) สภาพเศรษฐกิจของครอบครัว
5) แหล่งที่ตั้งของครอบครัว
6) การโยกย้ายของครอบครัว

                                                     รูปภาพการเข้าร่วมรับฟังคำบรรยาย




แบบทดสอบ


กิจกรรมสะท้อนคิด

แบบประเมิน





สรุปองค์ความรู้ กลุ่มที่3

                                                                 สรุปความรู้ กลุ่ม 3

การประเมินพัฒนาการทางด้าน ร่างกาย - ทักษะการใช้กล้ามเนื้อเล็กและประสาทสัมพันธ์ ของเด็กปฐมวัย

 

ความหมายของความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก 

  ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก  หมายถึง กล้ามเนื้อที่ใช้ในการทำงานที่มีความละเอียด ที่ไม่ ต้องอาศัยการเคลื่อนที่ของร่างกาย เป็นความสามารถในการบังคับควบคุม การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อมือ นิ้ว มือ ไหล่ให้ประสาทสัมพันธ์กับสายตาและประสาทสัมผัส ทำให้สามารถทำกิจกรรมต่างๆ และช่วยเหลือ ตนเองในชีวิตประจำวันได้อย่างคล่องแคล่วมีประสิทธิภาพตามความถนัดของแต่ละบุคคล

ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก

การใข้กล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กปฐมวัย ควรส่งเสริมให้ใช้กล้ามเนื้อมือร่วมกันสายตาเนื้อกล้ามเนื้อเล็กแข็งแรงเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียน เพราะความคล่องแคล่งของกล้ามเนื้อ นิ้วมือมีความสัมพันธ์อย่างบากกับการ เรียนรู้ยองเด็ก ยิ่งกิจกรรมหรืออุปกรณ์ที่ช่วยส่งเสริมการใช้กล้ามเนื้อ มือกับสายตา ให้ประสานสับพันธ์กัน ได้แก่ การร้อยถูกปัดร้อยเชือก ร้อยดอกไม้ เย็นกระคุม รูดซิป เรียงสี เรียงไม้หนีบ ปิดหมุด  เป็นต้นประสบการณ์ต่างๆ 

กิจกรรมพัฒนากล้ามเนื้อเล็ก

หมายถึง กิจกรรมที่ส่งเสริมความสามารถในการควบคุมการทำงานของ กล้ามเนื้อมือและตาให้ทำงานอย่างประสานสัมพันธ์ที่ดี ได้แก่ กิจกรรมที่เด็กได้หยิบจับสิ่งของ ตุ๊กตา เครื่อง เล่น ตลอดจนการช่วยตนเองในการแต่งตัว การทำความสะอาดร่างกาย การรับประทานอาหาร ตลอดจนกิจกรรมศิลปะต่างๆที่เด็กได้ทำที่โรงเรียนเพื่อการพัฒนาของกล้ามเนื้อเล็ก ซึ่งหมายถึงการเปลี่ยนแปลง ความสามารถในคารควบคุมและการทำงานประสานสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกล้ามเนื้อมือและตาในการทำกิจกรรม ต่างๆที่ต้องใช้มือและตาในการบังคับควบคุม เช่น การหยิบจับสิ่งของ การหิ้วหรือถือของ การร้อยพวงมาลัย การจับดินสอหรือสีในการวาดรูปหรือขีดเขียนในเด็กปฐมวัย

                                                      รูปภาพการเข้าร่วมรับฟังคำบรรยาย





สรุปองค์ความรู้ กลุ่มที่2

                                    

         สรุปความรู้ กลุ่ม 2

การประเมินพัฒนาการด้านร่างกาย (กล้ามเนื้อมัดใหญ่)ของเด็กปฐมวัยการนำเสนอเทคนิควิธี 

เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน

     ความหมายพัฒนาการทางด้านร่างกายพัฒนาการทางด้านร่างกายสำหรับเด็ก หมายถึง การเจริญเติบโตทางด้านต่างๆของร่างกายและการพัฒนาทักษะทางกายภาพให้มีความสามารถในการเคลื่อนไหวรักษาสมดุลของร่างกายและการควบคุมการทรงตัวได้ดี รวมถึงช่วยประสานสัมพันธ์ของร่างกายให้ทำกิจกรรมได้อย่างคล่องแคล่ว

พัฒนาการค้านร่างกายนี้สามารถแบ่งออกเป็น 2 ด้าน คือ

        1.พัฒนาการทางด้านปริมาณ ได้แก่ การเจริญเติบโตทางด้านร่างกายเช่น ส่วนสูง ตัวโตขึ้น และมีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้น

        2.พัฒนาการทางด้านคุณภาพ ได้แก่ ความสามารถในการเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ เช่น การนั่งการยืน การเดิน การวิ่ง และการกระโดด

การประเมินการเจริญเติบโต ทางด้านร่างกาย 

พิจารณาจาก 

1) น้ำ หนักตัว 

2) ความยาวหรือความสูง

 3) การเพิ่มของไขมันใต้ผิวหนัง

 4) การเพิ่มของเส้นรอบศีรษะ

 5) การขึ้นของฟัน

 6) การเจริญเติบโตของอวัยวะเพศ

 รูปภาพการเข้าร่วมรับฟังคำบรรยาย






สรุปองค์ความรู้ กลุ่มที่1


สรุปความรู้ กลุ่ม 1

การประเมินพัฒนาการทางด้านร่างกายสุขภาพอนามัย การเจริญเติบโต ภาวะโภชนาการ สุขนิสัย 

พัฒนาการของเด็กปฐมวัย

     พัฒนาการ คือ กระบวนการเปลี่ยนแปลงลักษณะและพฤติกรรมที่มีทิศทางและรูปแบบที่แน่นอน จากช่วงระยะเวลาหนึ่งไปสู่อีกระยะหนึ่งผ่านกระบวนการเรียนรู้ จนสู่วุฒิภาวะซึ่งก็คือการบรรลุถึงขั้นการเจริญเติบโตอย่างเต็มที่ของบุคคลในระยะใดระยะหนึ่งและพร้อมที่จะทำ กิจกรรมอย่างนั้นทำ ให้เพิ่มความสามารถของบุคคลให้ทำ หน้าที่ต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ลักษณะของพัฒนาการของเด็ก  แบ่งได้หลายแบบ 4 ด้าน

1. พัฒนาการด้านร่างกาย (Physical Development)เป็นความสามารถของร่างกายในการทรงตัวและการเคลื่อนไหว โดยการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่

2. พัฒนาการด้านอารมณ์ (Emotional Development)เป็นความสามารถในการแสดงความรู้สึกและควบคุมการแสดงออกของอารมณ์อย่างเหมาะสม ในอารมณ์ต่างๆ

3. พัฒนาการด้านสังคม (Social Development)เป็นความสามารถในการสร้างสัมพันธภาพกับผู้อื่นเข้าใจผู้อื่น(personal-social)สามารถช่วยเหลือตนเองในชีวิตกิจวัตประจำวัน

4.พัฒนาการด้านสติปัญญา(Cognitive Development)เป็นความสามารถในการเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งต่างๆกับตนเองเป็นกระบวนการทางจิตใจ


    เด็กจะเติบโตเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉลี่ยมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นปีละ 2 -2.5กิโลกรัม และมีส่วนสูงเพิ่มปีละ 6-8 เซนติเมตร เด็กวับนี้จึงดูผอมลงและสูงขึ้นกล้ามเนื้อมัดใหญ่เจริญพัฒนาขึ้นมาก ควบคุมการเคลื่อนไทวและทรงตัวในท่าต่างๆได้ดี ชอบห้อยโทน ปีนป่าย ลั่นไถล

    การเจริญเติบโตด้านร่างกายตามช่วงวัย เด็กจะเดิบโตเป็นไปอย่างสม่ำเสม โดยเฉลี่ยจะมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นปีละ 2 -2.5กิโลกรัม และมีส่วนสูงเพิ่มปีละ 6-8 เซนติเมตร เด็กจึงดูผอมลงและสูงขึ้นและกล้ามเนื้อมัดใหญ่เจริญพัฒนาขึ้นมาก ควบคุมการเคลื่อนไหวและทรงตัวได้ดีตามช่วงวัยตนเอง

รูปภาพการเข้าร่วมรับฟังคำบรรยาย




แบบฝึกหัด



แบบประเมิน